Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot
dot
dot


BYU Hawaii
academycenter


EduSquare Writing Lab article

การเขียนไม่ว่าจะในภาษาอะไรก็ยากเสมอ ยิ่งต้องมาเขียนในภาษาอังกฤษถึงกลับไข้ขึ้นกันเลย เมื่อก่อนตอนที่เรียนที่เมืองไทยตั้งแต่ประถมถึงมหาวิทยาลัยลัยปีหนึ่ง ทำรายงานภาษาไทยทุกปีๆละหลายๆฉบับ แต่กลับไม่เคยได้เรียนเกี่ยวกับการเขียนรายงานที่เลยสักครั้งอาจารย์ก็มีแต่สั่งให้ทำ ไม่เคยบอกว่าต้องทำอย่างไร จนกระทั่งได้ย้ายไปเรียนที่ต่างประเทศและต้องลงวิชา Writing จึงรู้ว่าสิบกว่าปีที่เราเขียนรายงานมา เรา “ลอก” มากกว่า “เขียน” ซะอีก  วันนี้เลยถือโอกาสแนะนำน้องๆที่มีปัญหาในการเขียนรายงานนะคะ โดยจะแบ่งบทความเรื่องงานเขียนไปตามหัวข้อ ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักเรื่องการเขียนหรือ Writing กันก่อนดีกว่า

ก่อนที่จะเริ่มจับปากกา หรือพิมพ์คอมเพื่อเขียนภาษาอังกฤษ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะ ว่าการเขียน Writing นั้นมีกี่ประเภท ซึ่งในการเขียนในแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป โดยจะขอยกมาแค่หลักๆ 4 ประเภท ต่อไปนี้

1.     Academic  Writing – การเขียนเชิงวิชาการ ซึ่งการเขียนรูปแบบนี้จะจริงจังเป็นทางการ (formal)  ผู้เขียนจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือนักวิชาการ หรือที่เรียกว่า Scholar มุ่งเน้นที่จะ ให้ข้อมูลกับผู้อ่านซึ่งเป็น Scholar เช่นกัน ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นรูปแบบหลักๆที่นักเรียน นักศึกษาใช้เมื่อเขียนรายงานนั่นเอง เมื่อเขียนเชิงวิชาการ เราจะอ่าน คิด เสนอความคิดเห็น และเขียนเกี่ยวกับแนวความคิด นอกจากจะเขียนเสนอแนวความคิดของเราแล้วการเขียน Academic ที่สำคัญคือการเราต้องหาข้อสนับสนุนข้ออ้าง หรือแนวความคิดของเราแบบเชิงวิชาการอีกด้วย ฉะนั้นเราไม่สามารถเขียนอะไรเพ้อฝัน โดยไม่มีหลักการเมื่อเราเขียนประเภทนี้

2.    Professional/Technical Writing การเขียนเชิงวิชาชีพ อันนี้ก็คล้ายๆกับ Academic Writing ค่ะ แตกต่างตรงที่ว่านำเอาการเขียนโดยใช้สำนวนโวหารมาประกอบกับการเขียนที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพนั้นๆ ในเชิงลึก (in-depth) ยกตัวอย่างเช่นการเขียนกรณีศึกษา (case study) การวิเคราะห์การตลาด การเขียนเชิงธุรกิจต่างๆ (business writing)

3.    Journalism and Journalistic Writingการเขียนข่าว ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า เราจะพบการเขียนลักษณะนี้ได้ตามสื่อทั่วไป ซึ่งลักษณะการใช้สำนวนโวหารก็จะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว

4.   Creative Writingการเขียนเชิงความคิดสร้างสรรค์ เป็นการเขียนอะไรก็ตามที่แตกต่างจากงานเขียนที่กล่าวมาเบื้องต้น เช่น การเขียนวรรณกรรม แต่งนิยาย การเขียนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การเขียนบทกวี เรื่องสั้น เขียนบทละคร และที่มาแรงสุดๆเป็นที่นิยมมากในปัจจุบันนี้ที่ถือว่าเป็น Creative Writing คือการเขียน Blog หรือ Blogging การเขียนแบบนี้มีไม่มีกฎเกณฑ์ในการเขียนมากมาย และคงจะเป็นการเขียนที่ทำเงินจากผลงานให้นักเขียนเองได้มากสุดเลยก็ว่าได้

 

1.       Academic Writing

เมื่อเราทราบแล้วว่า Writing มีความแตกต่างกันไปตามประเภทแล้ว เราก็มาเริ่มทำความเข้าใจงานเขียนที่จำเป็นมากๆและใกล้ตัวนักเรียนมากที่สุด ซึ่งก็คือ Academic  Writing โดยทั่วๆไปนักเรียนจะได้เขียนเชิงวิชาการอยู่ไม่กี่อย่างคือ

1.       Essay การเขียนเรียงความ เป็นการเขียนแบบสั้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ในการวัดผลและข้อสอบเขียนส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัย โดยการเขียน essay ก็มีแยกย่อยไปอีกหลายชนิด เช่น  การอธิบาย (expository), การเขียนบรรยาย (descriptive), การเล่า (narrative),การโต้แย้ง (argumentative), โดยหลักๆการเขียนเรียงความเชิงในมหาวิทยาลัยที่เจอบ่อยๆจะเป็นเชิงค้นคว้าซึ่งนักเรียนจะต้องเสนอความคิดเห็นหรือที่เรียกว่าข้อโต้แย้ง (argument) ซึ่งเกี่ยวข้องกับ

·         คำถามหรือหัวข้อที่ได้รับมา

·         ข้อมูลที่ได้ค้นคว้ามาเกี่ยวกับคำถามหรือหัวข้อนั้นๆ

จุดประสงค์หลักๆของ Essay คือเพื่อช่วยกระตุ้นให้นักเรียนพัฒนาแนวความคิดที่มีทิศทางมากกว่าความนึกคิดของนักเรียนเอง ดังนั้นโดยปดติ Essay นั้นต้องกระชับได้ใจความ (concise) และมีจุดประสงค์และทิศทางที่ชัดเจน โดยการเขียนแสดงความคิดของเราไม่ควรจะเรื่อยเปื่อย ไร้จุดหมาย หรือออกนอกเรื่องหรือหัวข้อที่กำหนดไว้ เราเขียนโดยทำให้ความคิดเห็นของเรานั้นสอดคล้องและมีเหตุผลน่าเชื่อถือ ถูกหลักไวยากรณ์และใช้รูปแบบการเขียนเป็นวิชาการ ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดก็คงจะเป็นการเขียนสำหรับตอบคำถามในการสอบ TOEFL

ถ้าจะให้แนะนำหนังสือ Writing สำหรับ Essay ก็คงจะเป็น Writing Academic English 4th edition, Level 4 ของ Longman เพราะที่มหาลัยที่อเมริกาอาจารย์ก็ใช้เล่มนี้สอน เข้าใจง่ายและครอบคลุมทุกเรื่องจริงๆ

ขั้นตอนการเขียน Essay คร่าวๆ (จะมีแนะนำเพิ่มเติมโดยละเอียดอีกครั้ง)

1)      Brainstorming : ความความเข้าใจหัวข้อ/คำถาม และระดมความคิด วิเคราะห์คำถามและดูว่าเรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับหัวข้อนั้นๆ และระดมความคิด

2)      Researching : ค้นคว้า – (หากเรียงความนั้นเป็นแบบมีเวลาค้นคว้า) ค้นดูหนังสือที่เกี่ยวข้องตามห้องสมุด search internet เพื่อช่วยเราได้แนวความคิดและเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเป็น Supporting Ideas  (ถ้าเป็นแบบ-TOEFL คงต้องอาศัยความรู้ที่มีและต้องตอบเลย)

3)      Developing an argument: เริ่มสร้างข้อโต้แย้ง เพื่อตอบคำถามของ Essay และเริมคิดถึง thesis statement ของเรียงความ

4)      Planning: วางแผน โดยข้อโต้แย้งของเราต้องมีข้อสนับสนุนดังนั้นจึงต้องคิดว่า มีข้อมูลอะไรที่เกี่ยวข้องและสามารถนำมาสนับสนุน thesis statement ได้และแยกแยะข้อมูลที่จะนำมาสนับสนุนเป็นกลุ่ม โดยจะทำออกมาเป็นรูปแบบ flow-chart, map, หรือ outline ก็ได้




Live English

English Camp in Hong Kong article
Success Story article
Bilingual Kids สอนลูกสองภาษา article
English Learning Tips article
EFL-ESL-EIL คืออะไร article
Essay Writing Do's and Don'ts



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Tel: 02-619-6128 084-680-3731 087-709-2697 edusquare.info@gmail.com